ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องผูก – ท้องเสีย
ท้องอืด อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว ฉุนเฉียว ร้องไห้บ่อย เบื่ออาหาร ซึมเศร้า
อาการที่บ่งบอกว่าความเครียดกำลังมาเยือน…….
Working Woman สมัยนี้ต่างต้องพบเจอกับปัญหาร้อยแปด ไม่ว่าจะเป็นสภาวะความกดดันในงานที่ต้องรับผิดชอบการแข่งขัน
รวมถึงความเร่งรีบในการใช้ชีวิตปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ดูเหมือนจะส่งผลให้เกิดความเครียด
กังวล ทำให้นอนไม่หลับ มีเวลาพักผ่อนน้อย ไม่มีเวลาออกกำลังกายอย่างเต็มที่
สุดท้ายสภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ในที่สุดก่อนที่เราจะปล่อยให้ความเครียดมาเล่นงาน
สาวๆทั้งหลายมาจัดการสลายความเครียดกันดีกว่าค่ะ
2
แบบความเครียด จริงๆ แล้วเราสามารถแบ่งความเครียดออกได้เป็น 2 แบบ คือ
เครียดแบบเฉียบพลัน : จะส่งผลรบกวนจิตใจเพรียงคาสั้นๆ เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นๆ
ไปได้ก็จะดีขึ้นเอง เช่น เครียดเพราะ รถติด เป็นต้น
ส่วนใหญ่เมื่อผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ คุณก็กลับมาไม่เครียด เป็นปกติได้เหมือนเดิม
เครียดสะสม :
จะเป็นความกังวลในระยะยาวเกี่ยวกับตัวเองหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องต่างๆ
ในชีวิต คิดว่าตัวเองอาจจะทำไม่ได้หรือกลัวไม่สำเร็จ กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
กดดันกับความคาดหวัง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน เช่น งาน ชีวิต ครอบครัว
การเจ็บป่วยต่างๆ และมักจะเป็นเรื่องนำมาคิดซ้ำและทำให้เกิดความเครียดสะสมได้
ถ้าไม่คลี่คลายหาทางแก้ให้ถูก
7 วิธีสลายเครียด ความเครียดเป็นเรื่องใหญ่ที่สาวๆ ไม่ควรมองข้ามนะคะ
ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้จัดการได้โดย
1. ตั้งสติ
หามุมสงบเงียบเพื่อตั้งสติ และคิดทบทวนถึงสาเกตุผลกระทบที่เกิดขึ้น ปัญหานี้คุณสามารถแก้ได้หรือไม่
ด้วยวิธีใดถ้าควบคุมและแก้ไขมันได้ก็ค่อยๆ ทำไปที่ละส่วน
แต่ถ้าอยู่เหนือจากความควบคุมก็ควรปล่อยวางและทำใจ คาดว่าทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ
เมื่อทำอย่างเต็มที่แล้วก็ให้ยอมรับและอย่าไปกังวลถึงเรื่องนั้นอีก
2. ระบาย
ธรรมชาติของผู้หญิงการได้พูดได้ระบายให้ใครสักคนฟังก็บรรเทาความเครียดได้
ลองมองหาคนไว้ใจ และพร้อมจะรับฟังคุณได้ทุกเรื่อง เช่น คนในครอบครับ เพื่อนสาวคนสนิท
เป็นต้น หรืออาจจะใช้วิธีเขียนระบายความรู้สึกผ่านการเขียนไดอารีหรือบล็อกส่วนตัวก็เป็นอีกทางที่ช่วยให้คุณสบายใจขึ้นได้ง่ายๆ
3. เปลี่ยนสภาพแวดล้อม
ลองปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบๆ
ตัวไม่ว่าจะเป็นที่ล้นหรือที่ทำงานเช่นลองจัดเอกสารที่โต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ
ทำความสะอาดโต๊ะทำงานหาต้นไม้หรือดอกไม้สวยๆมาวางที่โต๊ะ
ว่านที่บ้านก็อาจจะเติมสีสันให้กับบ้านด้วยดอกไม้ ต้นไม้
เปลี่ยนสีหมอนอีงที่ห้องนั่งเล่นหรือเปลี่ยนสีผ้าที่นอน ก็จะทำให้ชีวิตสดใสหรือสงบเย็นขึ้นได้
4. ปรับพฤติกรรม
ลองปรับพฤติกรรมที่จะสร้างความเครียดให้กับตังเอง
และวางแผนเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้อีก เช่น
ตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิมสัก 20 นาทีเพื่อที่จะไม่ต้องเครียดกับรถติดและกังวลว่าจะไปทำงานสายไม่หอบงานไปทำที่บ้านจนเครียด
นอนไม่หลับ หรือนอนดึกจนอ่อนเพลีย เป็นต้น
5. กินอาหารที่ดี
อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
มีอาหารที่ช่วยต้านเครียดให้เลือกตามใจชอบ เช่น คาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูง
อย่างข้าวซ้อมมือข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ที่มีวิตามินและเซโรโทนินสูง
ผักใบเขียวผลไม้สีสดๆ ที่ให้วิตามินซี มีสารต้านอนุมูลอิสระและอุดมไฟเบอร์และอย่าลืมลดปริมาณไขมัน
เกลือ น้ำตาล งดดื่มชา กาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดีนั่นเองค่ะ
6. กิจกรรมเติมพลังใจ
ลองเข้าร่วมกิจกรรมที่สนใจหรือให้กำลังใจ การได้ไปฟังเรื่องราว
ประสบการณ์จากคนอื่น จะทำให้คุณรู้สึกว่า ยังมีคนอีกมากมายที่มีปัญหาที่หนักหนากว่าคุณหลายเท่า
และเขาเองก็ยังแก้ปัญหา ผ่านพ้นเรื่องยุ่งยากเหล่านั้นมาได้
คุณเองก็ไม่ควรยอมแพ้เช่นกัน เมื่อเข้าใจว่าทุกคนล้วนมีปัญหา
มีความเครียดให้ต้องแก้ไขกันทั้งนั้น จะช่วยให้คุณปล่อยวาง และมีพลังใจมากขึ้น
7. พักผ่อน
สิ่งสำคัญที่สุด คือ คุณต้องหาเวลาพักผ่อนและออกกำลังกายเสียบ้าง
เพื่อเติมพลังหายและใจให้แก่ตัวเอง อย่าลืมนะคะกายและใจของเราทุกคนต้องการพักร้อน
ได้เบรกจากเรื่องยุ่งๆ และภารกิจที่รับผิดชอบ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายหลั่งการเอนดอร์ฟินจะทำให้จิตใจสดชื่นขึ้นและดีต่อร่างกาย
หรือการไปท่องเที่ยวพักผ่อน ดูหนัง ดูละคร ก็ถือเป็นวิธีง่ายๆ
ที่จะให้รางวัลกับตัวเอง
ถึงเราจะปฏิเสธความเครียดไม่ได้
แต่ถ้ารู้และจักการให้ออกไปให้เร็ว ไม่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกแย่กับความเครียดที่เข้ามา
คุณก็จะเป็นเจ้าของสุขภาภาพกายและใจที่ดีแน่นอนค่ะ
เรื่องโดย : ลดาWell



แสดงความคิดเห็น